โรคกุ้งแห้งพริกหรือแอนแทรคโนส (Collectotrichum sp.)

              โรคนับว่าเป็นโรคที่สำคัญของเกษตรกรผู้ปลูกพริกเป็นอย่างมาก เพราะเป็นโรคประจำตัวของพริกเลยก็ว่าได้แต่การป้องกันกำจัด ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากนักถ้าเกษตรกรผู้ปลูกรู้จักโรคนี้ดีพอ โรคนี้เกิดจากเชื้อรา Collectotrichum sp. ที่พบเข้าทำลายพริกก็มีอยู่ 3 ชนิดด้วยกัน คือ

      1. Collectotrichum gloespoloides เข้าทำลายพริกผลใหญ่เป็นหลัก
      2. Collectotrichum capcisi เข้าทำลายพริกผลเล็ก (พริกในกลุ่มพริกขี้หนู) เป็นหลัก
      3. Collectotrichum piperatum เข้าทำลายพริกยักษ์ (พริกหวาน) เป็นหลัก

อาการ

              ผลพริกที่ถูกเชื้อราสาเหตุโรคเข้าทำลายจะมีอาการตามชนิดของเชื้อรา โดยปกติในพริกผลใหญ่เชื้อราสาเหตุที่เข้าทำลายคือ Collectotrichum gloespoloides ลักษณะการเข้าทำลายก็คือ จะเกิดจุดฉ่ำน้ำขึ้นโดยที่ผิวของผลพริกจะมีรอยบุ๋มเล็กน้อย และมีอาการฉ่ำน้ำเป็นรูปวงกลมหรือวงรี (รูปที่ 1) ต่อมาแผลจะค่อย ๆ ขยายออกเชื้อราจะสร้างสปอร์ซึ่งเห็นเป็นวงกลมสีดำชัดเจน (รูปที่ 3) สำหรับในพริกผลเล็กเชื้อราสาเหตุที่เข้าทำลาย คือ Collectotrichum capcisi ลักษณะการทำลายในช่วงที่มีฝนตกติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน คือเนื้อเยื่อผลพริกเกิดจุดฉ่ำน้ำแต่ไม่ปรากฏรอยบุ๋ม หรือปรากฏแต่ไม่ค่อยชัดเจน (รูปที่ 2) แต่ถ้าผลพริกถูกทำลายในช่วงที่ฝนไม่ตก แผลจะไม่เป็นทรงที่แน่นอน (รูปที่ 4)

ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกันกับที่เข้าทำลายผลมะม่วงขณะเก็บเกี่ยว ซึ่งจากผลงานวิจัยเชื้อนี้สามารถป้องกันได้ด้วยน้ำสกัดของข่า ในระดับที่น่าพอใจในห้องทดลอง ซึ่งน้ำสกัดของข่านี้ได้มีเกษตรกรได้ทำการทดลองนำไปใช้ไล่แมลงวันผลไม้ เพื่อไม่ให้มาวางไข่ในสวนฝรั่งอย่างได้ผลมาแล้ว เพราะฉนั้นการปลูกพริกซึ่งมีแมลงวันผลไม้เข้าทำลายเหมือนกัน จึงสมควรที่จะได้มีการใช้น้ำสกัดของข่าฉีดพ่น เพื่อไล่แมลงวันผลไม้ไม่ให้มาวางไข่ แล้วผลพลอยได้ก็ คือ สามารถที่จะควบคุมการเกิดโรคกุ้งแห้งพริกได้ด้วย แต่อย่างไรก็ตามการเกิดโรคแต่ละชนิดมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน การพึ่งพาวิธีการควบคุมเพียงหนึ่งวิธีนั้นอาจจะไม่ได้ผล เพราะฉนั้นการเสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่พริกเพื่อให้ต้านทานต่อโรคและแมลง ก็น่าจะเป็นวิธีที่

พริกผลใหญ่ถูกเชื้อรา Collectotrichum gloespoloides เข้าทำลายระยะแรก

พริกผลเล็กถูกเชื้อรา Collectotrichum capcisi เข้าทำลายระยะแรก

พริกผลใหญ่ถูกเชื้อรา Collectotrichum gloespoloides เข้าทำลาย แผลเป็นวงขยายออกและเห็นสปอร์สีดำเป็นวงซ้อนกันชัดเจน

พริกผลเล็กที่ถูกเชื้อรา Collectotrichum capcisi เข้าทำลาย แผลจะไม่เป็นทรงที่แน่นอน

การระบาด

              โรคนี้มักจะเกิดในช่วงฤดูฝนหรือในช่วงที่มีฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทำให้ความชื้นในอากาศมีมากจนทำให้เชื้อราเจริญเติบโตได้ดี สำหรับปัจจัยเสริมที่ทำให้โรคระบาดรุนแรงก็คือ

      1. พริกขาดแคลเซียมที่จะเป็นตัวช่วยให้เซลล์แข็งแรงต่อต้านเชื้อราและแบคทีเรีย
      2. เมื่อเกิดโรคระบาดไม่มีการป้องกันที่ถูกวิธี เช่น เก็บผลที่ถูกทำลายออกจากแปลงมาเผาทำลายนอกแปลง เป็นต้น
      3. ไม่ได้มีการป้องกันโดยการฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพร เช่น ข่า มะกรูด เพื่อป้องกันการเกิดโรคในเบื้องต้น

การป้องกันกำจัด

      1. เก็บผลพริกที่เป็นโรคออกไปทำลายนอกแปลง
      2. ทำการกำจัดวัชพืชอย่างให้เป็นที่สะสมของโรค - แมลง และความชื้น
      3. พื้นที่ที่ดินเป็นกรดจัดต้องมีการฉีดธาตุแคลเซียมเสริมให้กับพืชที่ปลูกเป็นประจำทุก 7 วัน เนื่องจากแคลเซียมจะไม่ละลายในดินกรด
      4. ใช้สมุนไพรเช่น ข่า เป็นต้น ฉีดพ่นเป็นประจำ จะสามารถป้องกันการเกิดโรคได้มากและยังสามารถขับไล่แมลงวันผลไม้ไม่ให้มาวางไข่ได้ด้วย 7 - 10 วัน
      5. ถ้ายังเกิดการระบาดให้ใช้สารเคมี โพรคลอราด คลอโรทาโรนิล เป็นต้น

        ข้อควรระวังในการฉีดพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดโรคกุ้งแห้ง คือ ไม่ควรฉีดพ่นสารเคมีชนิดเดียวกันติดต่อกันเกิน 2 ครัง